ภูกระดึง

ภูกระดึง พิสูจน์รักแท้หรือแค่โม้ ? สิ่งที่คนโหยหาในยุคCovid

ภูกระดึง เที่ยวสุขใจในแบบ New Normal

ภูกระดึง นับเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่ท้าทายสายเดินป่า และยังเป็นที่ ที่หลายคนใช้พิสูจน์ ความอดทน ความมีน้ำใจ ของทั้งเพื่อนและคู่รัก จนมีคนเคยกล่าวไว้ว่า ถ้าลองได้เดินขึ้น ภูกระดึง กับคนรักสักครั้ง ถ้าไม่รักกันมากขึ้น ก็ถึงขั้นต้องเลิกรา กันเลยทีเดียว

และในปัจจุบัน ที่มีการระบาดของไวรัส Covid 19 ทำให้หลายคน ต้องขังตัวเอง ทำงานอยู่ในบ้าน กับคำเท่ ๆ Work From Home ที่ต้องอุดอู้อยู่บ้าน จะไปไหนมาไหน ก็แสนลำบาก จนเกิดความเครียดสะสม จนอยากจะร้องไห้ แต่ที่ภู เราจะสามารถ ร้องตะโกนดัง ๆ ได้แบบสุดเสียง

เราจะมา ภูกระดึง รีวิว กันว่าทำไม ถึงเป็นที่ ที่ชีวิตนี้ต้องได้ไป สักครั้งหนึ่ง

ภูกระดึง

ภูกระดึง การขึ้นไปพิชิต ต้องทำอย่างไร ?

ถ้าเป็นแบบภาพยนตร์ The Jumper คนโดดกระชากมิติ เราคงแค่ดูรูป แล้วก็กระโดดไป แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราคงจะต้อง เหนื่อยกันหน่อยนะ ภูกระดึง เส้นทาง เดินป่าที่น่าไป ที่สุดชั่วโมงนี้ เราสามารถไปได้ ทั้งรถส่วนตัว จะไปออกทริป กันเป็นกลุ่ม หรือจะแบ็คแพ็คไป ทางรถโดยสาร ก็ได้

การเดินทางโดย รถยนต์ส่วนตัวสุดชิลล์ ใน 3 เส้นทาง

  1. เช็ครถให้ดีเพราะ เราจะเดินทาง สระบุรี เพชรบูรณ์ อ.หล่มสัก อ.หล่มเก่า ด่านซ้าย ภูเรือ ก็น่าแวะเที่ยวไม่แพ้กัน สองข้างทางเต็มไปด้วย ทิวทัศน์ที่สวยงาม และอำเภอเมืองเลย เลี้ยวเข้าถนนหมายเลข 201 (เลย-ขอนแก่น) และเลี้ยวไปเข้าถนน หมายเลข 2019 เข้าสู่อุทยาน แห่งชาติภูกระดึง
  2. ถึงสระบุรี แล้วเลี้ยวขวา ๆ ไปจนถึงโคราช !! แล้วตรงเข้า ขอนแก่น เลี้ยวซ้ายไปยัง ถนนหมายเลข 201 ผ่านตัว อ.ภูผาม่าน ผ่านผานกเค้า เข้าสู่เขตภูกระดึง
  3. เริ่มต้นใกล้เขาใหญ่ ตรงไปปากช่อง เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ถนนหมายเลข 201 ผ่านชัยภูมิ อ.ภูเขียว แล้วเลี้ยวซ้ายเข้า ถนนหมายเลข 12 ผ่านอำเภอชุมแพ จากนั้นเดินทาง เช่นเดียวกับเส้นทางที่ 2

แบ็คแพ็คไป ทางรถโดยสาร

  1. คุณสามารถขึ้น รถทัวร์ที่หมอชิต 2 สายกรุงเทพ – เมืองเลย และลงรถที่ ผานกเค้า หรือสถานีขนส่ง อำเภอภูกระดึง แล้วต่อรถสองแถว เพื่อเดินทางไปยัง ที่ทำการอุทยาน ตรงนั้นจะมี รถสองแถว จอดรอให้นั่งต่อ ไปยังภูกระดึง เหมาคันละ 300 บาท หรือนั่งจอยกับคนอื่น ก็จ่าย 30 บาท
  2. หรือคุณโบกรถโดยสาร ไม่ว่าสายไหน ที่มุ่งหน้ามาจังหวัดเลย ที่ผ่านตัวอำเภอภูกระดึง แต่ก็ต้องถามให้ดีก่อนขึ้นนะ ไปลงรถที่ผานกเค้า หรือสถานีขนส่ง อำเภอภูกระดึง แล้วต่อรถสองแถว เพื่อเดินทางไปยัง ที่ทำการอุทยาน เช่นเดียวกัน

ภูกระดึง

มีอะไร ที่น่าสนใจบ้าง ?

ที่ภู จะเป็นภูเขาหัวตัด ที่เราต้องเดินขึ้นไป จนถึงด้านบน และจะเป็นทางราบ ที่กว้างใหญ่มาก โดยระหว่างทาง ก็จะมีจุดสวย ๆ ให้เราได้แวะดื่มด่ำ กับธรรมชาติมากมาย ทั้งจุดชมวิว พระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก ทุ่งหญ้ากว้าง ป่าสน น้ำตก และอ่างเก็บน้ำ นับรวมแล้วมีถึง 18 จุดให้ได้แชะภาพสวย ๆ กันเลยทีเดียว จะเห็นได้จาก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ จะพกกล้องมา เก็บรูปแข่งกัน

แต่แค่เดินขึ้น ไปถึงด้านบน นั้นยังไม่เรียกว่า ผู้พิชิตนะจ๊ะ จะต้องเดินเที่ยว ด้านบนให้ครบก่อน นี่สิของจริง!! หลังจากเราต้อง เดินผ่านราบหลังแปแล้ว ก็ได้เวลาพักเหนื่อย ที่ลานกางเต็นท์ พอตกกลางคืน ก็จะได้สัมผัส กับสิ่งมหัศจรรย์ อีกอย่างหนึ่งที่ หาดูในเมืองไม่ได้ ในช่วงเวลา ที่ท้องฟ้าเปิด คุณจะได้พบกับ กลุ่มดาวนับล้าน อยู่บนท้องฟ้า ที่เสมือนใครเอา สปอร์ตไลต์ไป ติดไว้ข้างบน

ใครไปกางเต็นท์ ที่นั่นแนะนำว่า คุณห้ามตื่นสายเด็ดขาด เพราะจะทำให้คุณพลาด The mist หมอกพิฆาต ที่จะทำให้คุณหลงใหล กับทะเลหมอก ที่สวยงาม และเย็นสดชื่น

มีคำถามว่า แล้วพี่ภู เปิดทั้งปีหรือเปล่า ตอบเลยว่าไม่ แล้ว ภูกระดึง เปิดช่วงไหน ? ทางอุทยานแห่งชาติ จะเปิดให้นักท่องเที่ยว เดินขึ้นภูกระดึง ตั้งแต่เวลา 07.00 – 14.00 น เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 31 พฤษภาคม ของทุกปี เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มา สัมผัส ธรรมชาติที่สมบูรณ์ และอุทยานแห่งชาติ และจะปิดฤดูกาล ตั้งแต่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน ของทุกปี เพื่อให้ ธรรมชาติได้ฟื้นตัว

ภูกระดึง

เที่ยวสุขใจในแบบ New Normal

สถานการณ์โควิด-19 ทำให้การท่องเที่ยว เดี๋ยวเปิดเดี๋ยวปิด กันมาประมาณ 2 ปีแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาที่เรา จะออกไปแตะขอบฟ้า กันซะที แต่แน่นอนว่า รูปแบบการท่องเที่ยว ย่อมเปลี่ยนไปตาม วิถีใหม่ แบบ ” New Normal “ 

สำหรับใครที่ สนใจขึ้นมา เที่ยวที่อุทยานแห่งนี้ ต้องเป็นผู้ที่ได้รับ การฉีดวัคซีนแล้วเท่านั้น และต้องได้รับการ ตรวจหาเชื้อไวรัส โควิด-19 มาแล้วไม่เกิน 72 ชม.(3 วัน) ถึงจะสามารถ ลุยป่าได้

และมีกฎเหล็ก ว่าทุกคนต้อง สวมหน้ากากอนามัย เพื่อความปลอดภัย ในการมาเที่ยว ของคุณเอง และผู้ที่ประสงค์ จะมาท่องเที่ยว ที่อุทยานแห่งแห่งนี้  ต้องลงทะเบียน ภูกระดึง จอง ล่วงหน้า 15 วัน ผ่าน App QueQ

หรือกรอกข้อมูล ตามแบบฟอร์มที่ อุทยานแห่งชาติ ทั่วประเทศได้ กำหนดไว้รวมทั้ง ต้องลงทะเบียน เข้า-ออก ด้วยแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” เท่านั้น และต้องจำกัดจำนวน นักท่องเที่ยวไม่เกิน วันละ 1,000 คน

___หลงวาริน___